•ใช้ครีมรอบพื้นชนิดเหลวสำหรับการรอบพื้นแบบบาง และครีมรอมพื้นชนิดอัดแข็งสำหรับการรองพื้นแบบหนาเพื่อเพิ่มความชุ่นชื้น
•ปกปิดรอบคล้ำใต้ดวงตาด้วยครีมรองพื้นรอบดวงตาและปกปิดริ้วรอยชนิดแท่ง
•เนื่องจากสีผิวจะเปลี่ยนไปตาวัย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตรวจดูสีของครีมรองพื้นด้วย โดยควรตรวจดูทุก 3-4 ปี เพื่อให้เข้ากับผิว
•ตบท้ายด้วยการปัดแป้งฝุ่น หากทาแป้งหนาเกินไป ริ้วรอยต่างๆจะถูกเน้นให้เด่นชัดขึ้น
•ตกแต่งรูปคิ้ว หากจะใช้ดินสอเขียนคิ้ว ควรหลีกเลี่ยงสีดำเพราะจะดูเข้มเกินไป
•ให้ที่ทาตาสีอ่อนที่ดวงตาตั้งแต่ขอบตาจนจรดคิ้ว
•เกลี่ยด้วยที่ทาตาสีกลางบริเวณรอยพับของเปลือกตา แล้วเกลี่ยไปจนถึงโหนกคิ้ว ไม่ควรใช้ที่ทาตาสีมุก เพราะสีมุกจะเน้นรอยย่นของผิวที่แห้งและรอยย่นตามวัยให้เด่นชัดขึ้น
•แนะนำให้ใช้ที่ทาตาสีม่วง เทา หรือสีเขียว เกลี่ยบริเวณขอบตา ไม่ควรทาสีใดๆ บริเวณขอบตาด้านล่าง เพราะจะทำให้ดวงตาดำคล้ำ ดูเหมือนอิดโรยและอดนอนมากขึ้น
•ใช้ดินสอเขียนขอบตาวาดตามแนวขอบตาและเกลี่ยเบาๆ โดยหลีกเลี่ยงสีเข้ม แนะนำให้ใช้สีม่วง น้ำเงิน หรือน้ำตาล
•ปัดมาสคาร่า 2 ครั้ง เลือกสีน้ำตามเข้มหรือสีฟ้า เพราะสีดำจะเข้มเกินไป
•เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าก็จะหย่อนยานตามวัย การปัดที่ทาแก้มแบบแป้งฝุ่นด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะช่วยพรางความหย่อนยานโดยช่วยยกพวงแก้มขึ้นได้
•ปัดแก้มจากพวงแก้มจนถึงแนวเส้นผม โดยเน้นเฉพาะบริเวณกลางพวงแก้ม
•เฉดสีที่ทาแก้มที่ควรใช้คือ สีชมพูอ่อนและสีพีช
•เพื่อป้องกันไม่ให้ลิปสติกซึมเลอะขอบปาก ให้ทาครีมรองพื้นที่ริมฝีปากแล้วปัดทับด้วยแป้งฝุ่น
•ใช้ดินสอเขียนขอบปากเพื่อเน้นริมฝีปาก แนะนำให้เลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีลิปสติกที่คุณใช้อยู่
•สำหรับลิปสติก แนะนำเฉดสีชมพูและแดงในเฉดสีกลางไปจนถึงสีสด
วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การแต่งหน้าสำหรับตอนกลางคืน
•ทาครีมรองพื้นให้หนากว่าตอนกลางวัน โดยใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ กับแป้งแข็ง ผสมรองพื้นเกลี่ยให้เนียนเรียบทั่วใบหน้า
•ปกปิดริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ดวงตาด้วยครีมรองพื้นรอบดวงตา และ ปกปิดริ้วรอยชนิดแท่ง
•ปัดทับด้วยแป้งฝุ่นอีกครั้ง
•ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีเข้มกว่าสีคิ้วธรรมชาติ เขียนคิ้วให้ได้สัดส่วนและดูเป็นธรรมชาติ
•ทาตาด้วยที่ทาตาสีอ่อนจากขอบตาจนถึงคิ้ว
•ทาสีเข้มเป็นเส้นบางๆ บริเวณรอบพับบนเปลือกตา จะำทำให้ดวงตาดูโตขึ้นและโหนกคิ้วดูเด่นขึ้น
•เกลี่ยด้วยที่ทาตาสีกลางเพื่อเน้นความงามและทำให้ดวงตาแลดูคมเข้มขึ้น
•วาดไฟน์ไลเนอร์สีดำที่ขนตาด้านบน โดยเริ่มจากหัวตาเป็นเส้นบางๆ ก่อนแล้วเริ่มวามให้หนาขึ้นตรงบริเวณม่านตา จากนั้นลากเส้นต่อในแนวเฉียงขึ้นเหนือหางตา
•ใช้ดินสอเขียนขอบตาวาดที่ขอบตาด้านล่าง
•ไม่ควรเขียนขอบตาจนถึงหางตาเพราะจะทำให้ดวงตาเล็กลง
•ปัดมาสคาร่า 2 ครั้งที่ขนตาบนและล่าง
•ปัดแก้มด้วยที่ทาแก้มแบบฝุ่นสีกลางและสีเข้มบริเวณใต้โหนกแก้ม ปัดสีอ่อนกว่าทับสีเข้ม บริเวณกลางแก้ม และเกลี่ยขึ้นไปจนถึงบริเวณแนวเส้นผม
•วาดรูปปากด้วยดินสอเขียนขอบปาก แล้วจึงทาลิปสติก
•ปกปิดริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ดวงตาด้วยครีมรองพื้นรอบดวงตา และ ปกปิดริ้วรอยชนิดแท่ง
•ปัดทับด้วยแป้งฝุ่นอีกครั้ง
•ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีเข้มกว่าสีคิ้วธรรมชาติ เขียนคิ้วให้ได้สัดส่วนและดูเป็นธรรมชาติ
•ทาตาด้วยที่ทาตาสีอ่อนจากขอบตาจนถึงคิ้ว
•ทาสีเข้มเป็นเส้นบางๆ บริเวณรอบพับบนเปลือกตา จะำทำให้ดวงตาดูโตขึ้นและโหนกคิ้วดูเด่นขึ้น
•เกลี่ยด้วยที่ทาตาสีกลางเพื่อเน้นความงามและทำให้ดวงตาแลดูคมเข้มขึ้น
•วาดไฟน์ไลเนอร์สีดำที่ขนตาด้านบน โดยเริ่มจากหัวตาเป็นเส้นบางๆ ก่อนแล้วเริ่มวามให้หนาขึ้นตรงบริเวณม่านตา จากนั้นลากเส้นต่อในแนวเฉียงขึ้นเหนือหางตา
•ใช้ดินสอเขียนขอบตาวาดที่ขอบตาด้านล่าง
•ไม่ควรเขียนขอบตาจนถึงหางตาเพราะจะทำให้ดวงตาเล็กลง
•ปัดมาสคาร่า 2 ครั้งที่ขนตาบนและล่าง
•ปัดแก้มด้วยที่ทาแก้มแบบฝุ่นสีกลางและสีเข้มบริเวณใต้โหนกแก้ม ปัดสีอ่อนกว่าทับสีเข้ม บริเวณกลางแก้ม และเกลี่ยขึ้นไปจนถึงบริเวณแนวเส้นผม
•วาดรูปปากด้วยดินสอเขียนขอบปาก แล้วจึงทาลิปสติก
การแต่งหน้าสำหรับตอนกลางวัน
•ลงครีมรองพื้นชนิดเหลวที่เหมาะกับสภาพผิวเพียงบางๆ
•ปกปิดริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ดวงดาด้วครีมรอบพื้นรอบดวงตาและปกปิดริ้วรอยชนิดแท่ง และเกลี่ยให้เนียนเรียบ
•ทาทับแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า
•ใช้แปรงปัดขนคิ้ววาดให้ดูเป็นรูปคิ้วสวยงามแต่ไม่คมชัดจนเกินไป
•ใช้ดินสอเขียนขอบตาวาดเส้นตามแนวขอบตาด้านบน
•ทาตาด้วยที่ทางตาสีอ่อนหรือสีกลางจากขอบตาจนถึงคิ้ว
•ทางสีเข้มเพื่อเพิ่มความเ่ด่นบนดวงตา เกลี่ยให้ทั่วแนวโหนกคิ้วเพื่อให้ดวงตาเป็นรูปอัลมอนด์ สามารถใช้สีเดียวกันนี้ทาไล้ไปตามแนวขอบตาด้านล่างได้
•ปัดมาสคาร่าที่ขนตาด้านบนและด้านล่าง
•ปัดที่ทาแก้มแบบฝุ่นบางๆ ที่ได้บริเวณโหนกแก้มไปจนถึงแนวเส้นผม
•ใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดรูปปากแล้วทาลิปสติกสีกลางหรือสีเข้มสำหรับวันทำงาน และสีอ่อนสำหรับวันพักผ่อน
•ปกปิดริ้วรอยและรอยคล้ำใต้ดวงดาด้วครีมรอบพื้นรอบดวงตาและปกปิดริ้วรอยชนิดแท่ง และเกลี่ยให้เนียนเรียบ
•ทาทับแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า
•ใช้แปรงปัดขนคิ้ววาดให้ดูเป็นรูปคิ้วสวยงามแต่ไม่คมชัดจนเกินไป
•ใช้ดินสอเขียนขอบตาวาดเส้นตามแนวขอบตาด้านบน
•ทาตาด้วยที่ทางตาสีอ่อนหรือสีกลางจากขอบตาจนถึงคิ้ว
•ทางสีเข้มเพื่อเพิ่มความเ่ด่นบนดวงตา เกลี่ยให้ทั่วแนวโหนกคิ้วเพื่อให้ดวงตาเป็นรูปอัลมอนด์ สามารถใช้สีเดียวกันนี้ทาไล้ไปตามแนวขอบตาด้านล่างได้
•ปัดมาสคาร่าที่ขนตาด้านบนและด้านล่าง
•ปัดที่ทาแก้มแบบฝุ่นบางๆ ที่ได้บริเวณโหนกแก้มไปจนถึงแนวเส้นผม
•ใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดรูปปากแล้วทาลิปสติกสีกลางหรือสีเข้มสำหรับวันทำงาน และสีอ่อนสำหรับวันพักผ่อน
การเขียนขอบตา
•เริ่มเขียนจากของตาล่างจากหางตามาจนถึงกึ่งกลางตา โดยเขียนให้ชิดขอบตามากที่สุด
•ส่วนขอบตาบนให้เริ่มเขียนจากหางตามาจนถึงหัวตา โดยให้เส้นหางตาหนากว่าหัวตา
•บริเวณหางตาให้เขียนในลักษณะตัววี จากนั้นใช้ปลายดินสอเขียนขอบตาด้านที่เป็นฟองน้ำเกลี่ยเส้นขอบตาบนให้กระจายออก เพื่อทำให้ดวงตาดูนุ่มขึ้น
•ส่วนขอบตาล่างให้ใช้ปลายดินสอด้านที่เป็นฟองน้ำแต้มที่ทาตาแบบฝุ่นสีเีดียวกันเกลี่ยทับอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันการซึมเยิ้มระหว่าวัน
•ส่วนขอบตาบนให้เริ่มเขียนจากหางตามาจนถึงหัวตา โดยให้เส้นหางตาหนากว่าหัวตา
•บริเวณหางตาให้เขียนในลักษณะตัววี จากนั้นใช้ปลายดินสอเขียนขอบตาด้านที่เป็นฟองน้ำเกลี่ยเส้นขอบตาบนให้กระจายออก เพื่อทำให้ดวงตาดูนุ่มขึ้น
•ส่วนขอบตาล่างให้ใช้ปลายดินสอด้านที่เป็นฟองน้ำแต้มที่ทาตาแบบฝุ่นสีเีดียวกันเกลี่ยทับอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันการซึมเยิ้มระหว่าวัน
การเขียนคิ้ว
•กันคิ้วให้ได้รูปก่อนเขียนคิ้วทุกครั้ง
•เริ่มเขียนจากหัวคิ้วไปจนถึงหางคิ้วโดยให้ส่วนหัวคิ้วตรงกับหัวตา จุดสูงสุดของคิ้ว ตรงกับขอบตาดำด้านนอก และความยาวของคิ้วให้ใช้พู่กันวางทาบจากปีกจมูกผ่านหางตาขึ้นมา
•ใช้พู่กันปลายตัดแต้มที่ทาตาแบบฝุ่นสีเดียวกับดินสอบเขียนคิ้วเกลี่ยทับเส้นคิ้ว โดยให้หัวคิ้ว สีอ่อนกว่าหางคิ้ว
•เกลี่ยให้สีจากดินสอเขียนคิ้วเป็นเนื้อเดียวกันกับที่ทาตาแบบฝุ่นให้เป็นธรรมชาติที่สุด
•เริ่มเขียนจากหัวคิ้วไปจนถึงหางคิ้วโดยให้ส่วนหัวคิ้วตรงกับหัวตา จุดสูงสุดของคิ้ว ตรงกับขอบตาดำด้านนอก และความยาวของคิ้วให้ใช้พู่กันวางทาบจากปีกจมูกผ่านหางตาขึ้นมา
•ใช้พู่กันปลายตัดแต้มที่ทาตาแบบฝุ่นสีเดียวกับดินสอบเขียนคิ้วเกลี่ยทับเส้นคิ้ว โดยให้หัวคิ้ว สีอ่อนกว่าหางคิ้ว
•เกลี่ยให้สีจากดินสอเขียนคิ้วเป็นเนื้อเดียวกันกับที่ทาตาแบบฝุ่นให้เป็นธรรมชาติที่สุด
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553
การเลี้ยงไก่พื้นบ้าน
การปรับปรุงพันธุ์ไก่พื้นเมือง
การที่จะเพิ่มมูลค่าของไก่พื้นเมืองจะต้องมีพันธุ์ไก่ที่ดี โดยเฉพาะไก่ชนจะต้องเป็นพันธุ์ที่แข็งแรง ในภาคกลางนิยมไก่ชนที่มีรูปร่างใหญ่ หนักประมาณ 3.0-4.5 กก. แต่ในภาคเหนือนิยมไก่ชนขนาดเล็ก น้ำหนักไม่เกิน 3.0 กก. ส่วนภาคใต้นิยมไก่ชนที่มีเดือยแหลมคม และทุกภาคชอบไก่ชนเก่ง การที่จะได้ไก่พันธุ์ดี ราคาสูง จะต้องทำการปรับปรุงพันธุ์ด้วยตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงพันธุ์มีหลักการโดยสรุป 2 หลัก ทำควบคู่กันเสมอๆ คือ หลักการผสมพันธุ์ กับหลักการคัดเลือกพันธุ์
หลักการผสมพันธุ์ มี 2 แบบกว้าง ๆ คือ
1. การผสมพันธุ์ระหว่าง พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ไม่เป็นญาติกัน
2. การผสมกันระหว่างญาติพี่น้องสายเลือดใกล้ชิด เรียกว่า การผสมแบบเลือดชิด แต่ในทางปฎิบัติเราหลีกเลี่ยงการผสมเลือดชิดค่อนข้างยาก เนื่องจากมีพ่อแม่พันธุ์จำนวนจำกัด ตามทฤษฎีแล้วเราสามารถผสมได้แต่สายเลือดไม่สูงเกินกว่า 49% โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้ได้เลือดบริสุทธิ์หรือพันธุ์แท้ ถ้าผสมเลือดชิดสูงถึง 49% ก็จะได้พันธุ์ใหม่ หรือพันธุ์ของเราเองซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะพันธุ์ ในทางปฏิบัติทั่วๆ ไป เราจะพยายามให้เปอร์เซนต์การผสมเลือดชิดอยู่ระหว่า 15-25% อัตราการผสมเลือดชิดนี้จะเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ดังนั้น จึงต้องวางแผนว่าในระยะ 10 ปีข้างหน้า จะให้ฝูงไก่มีเลือดชิดกี่เปอร์เซนต์ เพื่อนำไปคำนวณหาว่า ควรจะมีพ่อแม่พันธุ์ในฝูงกี่ตัว
ตัวอย่าง
เราต้องการปรับปรุงพันธุ์ไก่ชน สายพันธุ์เหลืองหางขาว ซึ่งเป็นไก่ชนที่เรามีอยู่ และต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้ดียิ่งๆ ขึ้น โดยคิดว่าจะไม่นำไก่จากที่อื่นมาผสมในระยะ 10 ปีข้างหน้า และจะพยายามหลีกเลี่ยงการผสมเลือดชิดให้มากที่สุด และกำหนดเพดานไว้ 25% หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นปีละ 2.5% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ดังนั้น คำถามว่าเราควรตะมีพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่ใช้สำหรับผลิตลูกทดแทนไว้ขยายพันธุ์ในปีต่อไปจำนวนกี่ตัว
วิธีคำนวณ หาจำนวนพ่อแม่พันธุ์
1. อัตราการผสมเลือดชิดเพิ่มขึ้นต่อปี = 25/10 = 2.5%
2. กำหนดจำนวนพ่อพันธุ์ที่เราจะใช้กี่ตัว ขึ้นอยู่กับเราว่ามีอยู่เท่าใด แต่แนะนำให้มีพ่อพันธุ์ในแต่ละปี ไม่ควรต่ำกว่า 10 ตัว ไม่เกิน 50 ตัว ที่พอเหมาะกับฟาร์มขนาดเล็กก็ประมาณ 10 ตัว ขนาดกลาง 20 ตัว
แผนผังการผสมพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์
หลังจากเราได้จำนวนพ่อและแม่พันธุ์ที่ใช้สำหรับผลิตลูกในการคัดเลือกพันธุ์ไว้ทดแทนในปีต่อไปแล้ว เราจำเป็นจะต้องวางแผนการผสมพันธุ์ว่าพ่อและแม่ตัวใดควรจะผสมกัน ทางวิชาการมีอยู่ 2 แบบ คือ ผสมแบบ 1 ต่อ 1 หรือ พ่อตัวหนึ่งผสมกับแม่หลายตัว เช่น 1:5 เป็นต้น แต่ที่เราได้จำนวนพ่อมา 10 ตัว แม่ 10 ตัว จึงควรวางแผนผังผสมแบบ 1:1 จะได้ลูกผสมพันธุ์ทั้งหมด 10 คู่ ซึ่งทางวิชาการเรียกว่า 10 สายพันธุ์ ในปีต่อไปจะปรับปรุงพันธุ์โดยยึด 10 สายพันธุ์เป็นหลักไปทุกๆ ปี ในแต่ละปี จะต้องผลิตลูกไก่คละเพศให้ได้คู่ละ 10-20 ตัว ในจำนวน 10-20 ตัวนี้ ให้คัดเลือกไว้ทำพันธุ์ทดแทนปีต่อไป 2 ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมียอย่างละครึ่ง รวมลูกไก่ที่จะต้องผลิตในแต่ละปีเพื่อใช้ในการคัดเลือกพันธุ์เท่ากับ 100-200 ตัว และคัดเลือกไว้ทำพันธุ์ 10-20% ของจำนวนไก่ทั้งหมด ซึ่งคามเข้มข้นของการคัดพันธุ์ระดับนี้ จะทำให้การคัดเลือกเพื่อปรับปรุงพันธุ์ก้าวหน้าประสบผลสำเร็จ ในระยะเวลา 5-8 ปี หรือถ้าจะให้เร็วกว่านี้เราจะต้องเพิ่มจำนวนลูกที่จะต้องใช้ในการคัดเลือกพันธุ์จาก 200 ตัว เป็น 300 ตัว ซึ่งเท่ากับ (20/300)X100=6.67% การวางแผนการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ สรุปเป็นภาพแผนผังการผสมพันธุ์ได้ดังนี้
การคัดเลือกพันธุ์
จากแผนผังการผสมพันธุ์ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นลูกศรชี้ให้ทำการคัดเลือกพันธุ์ไว้ทดแทนปีต่อไป การคัดเลือกพันธุ์เป็นวิธีการที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงพันธุ์ คือ เราต้องการพันธุ์ไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้ที่มีลักษณะดังนี้
1. รูปร่างใหญ่ สวยงาม น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ที่อายุ 5-6 เดือน เพศผู้หนัก 3.5-4.0 กก. เพศเมีย 2.5-3.0 กก. หรือตามขนาดของแต่ละท้องถิ่น
2. เพศผู้มีลักษณะเป็นไก่ชน
3. ชนเก่ง อดทน และฉลาด
4. สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และทนทานต่อโรคพยาธิ
5. เลี้ยงง่ายในสภาพชนบททั่วไป
ในทางปฏิบัติการที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ เราจะต้องมีมาตรการวิธีการและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกพันธุ์ดังนี้
1. การเจริญเติบโต รูปร่างใหญ่ มีน้ำหนักมาก เราสามารถคัดเลือกไก่ได้ ตั้งแต่อายุ 2 เดือน โดยที่ไก่เติบโตดีที่สุด และน้ำหนักมากที่สุด เมื่ออายุ 2 เดือน ส่วนใหญ่จะเป็นไก่ที่ตัวใหญ่ และน้ำหนักมากเมื่ออายุ 5-6 เดือน
2. การคัดเลือกเพื่อให้ได้วัตถุประสงค์ข้อ 2 และข้อ 4,5 ให้ใช้เกณฑ์การตัดสินไก่ชน
การที่จะเพิ่มมูลค่าของไก่พื้นเมืองจะต้องมีพันธุ์ไก่ที่ดี โดยเฉพาะไก่ชนจะต้องเป็นพันธุ์ที่แข็งแรง ในภาคกลางนิยมไก่ชนที่มีรูปร่างใหญ่ หนักประมาณ 3.0-4.5 กก. แต่ในภาคเหนือนิยมไก่ชนขนาดเล็ก น้ำหนักไม่เกิน 3.0 กก. ส่วนภาคใต้นิยมไก่ชนที่มีเดือยแหลมคม และทุกภาคชอบไก่ชนเก่ง การที่จะได้ไก่พันธุ์ดี ราคาสูง จะต้องทำการปรับปรุงพันธุ์ด้วยตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงพันธุ์มีหลักการโดยสรุป 2 หลัก ทำควบคู่กันเสมอๆ คือ หลักการผสมพันธุ์ กับหลักการคัดเลือกพันธุ์
หลักการผสมพันธุ์ มี 2 แบบกว้าง ๆ คือ
1. การผสมพันธุ์ระหว่าง พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ไม่เป็นญาติกัน
2. การผสมกันระหว่างญาติพี่น้องสายเลือดใกล้ชิด เรียกว่า การผสมแบบเลือดชิด แต่ในทางปฎิบัติเราหลีกเลี่ยงการผสมเลือดชิดค่อนข้างยาก เนื่องจากมีพ่อแม่พันธุ์จำนวนจำกัด ตามทฤษฎีแล้วเราสามารถผสมได้แต่สายเลือดไม่สูงเกินกว่า 49% โดยเฉพาะการปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้ได้เลือดบริสุทธิ์หรือพันธุ์แท้ ถ้าผสมเลือดชิดสูงถึง 49% ก็จะได้พันธุ์ใหม่ หรือพันธุ์ของเราเองซึ่งมีคุณสมบัติเฉพาะพันธุ์ ในทางปฏิบัติทั่วๆ ไป เราจะพยายามให้เปอร์เซนต์การผสมเลือดชิดอยู่ระหว่า 15-25% อัตราการผสมเลือดชิดนี้จะเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ดังนั้น จึงต้องวางแผนว่าในระยะ 10 ปีข้างหน้า จะให้ฝูงไก่มีเลือดชิดกี่เปอร์เซนต์ เพื่อนำไปคำนวณหาว่า ควรจะมีพ่อแม่พันธุ์ในฝูงกี่ตัว
ตัวอย่าง
เราต้องการปรับปรุงพันธุ์ไก่ชน สายพันธุ์เหลืองหางขาว ซึ่งเป็นไก่ชนที่เรามีอยู่ และต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้ดียิ่งๆ ขึ้น โดยคิดว่าจะไม่นำไก่จากที่อื่นมาผสมในระยะ 10 ปีข้างหน้า และจะพยายามหลีกเลี่ยงการผสมเลือดชิดให้มากที่สุด และกำหนดเพดานไว้ 25% หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นปีละ 2.5% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป ดังนั้น คำถามว่าเราควรตะมีพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่ใช้สำหรับผลิตลูกทดแทนไว้ขยายพันธุ์ในปีต่อไปจำนวนกี่ตัว
วิธีคำนวณ หาจำนวนพ่อแม่พันธุ์
1. อัตราการผสมเลือดชิดเพิ่มขึ้นต่อปี = 25/10 = 2.5%
2. กำหนดจำนวนพ่อพันธุ์ที่เราจะใช้กี่ตัว ขึ้นอยู่กับเราว่ามีอยู่เท่าใด แต่แนะนำให้มีพ่อพันธุ์ในแต่ละปี ไม่ควรต่ำกว่า 10 ตัว ไม่เกิน 50 ตัว ที่พอเหมาะกับฟาร์มขนาดเล็กก็ประมาณ 10 ตัว ขนาดกลาง 20 ตัว
แผนผังการผสมพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์
หลังจากเราได้จำนวนพ่อและแม่พันธุ์ที่ใช้สำหรับผลิตลูกในการคัดเลือกพันธุ์ไว้ทดแทนในปีต่อไปแล้ว เราจำเป็นจะต้องวางแผนการผสมพันธุ์ว่าพ่อและแม่ตัวใดควรจะผสมกัน ทางวิชาการมีอยู่ 2 แบบ คือ ผสมแบบ 1 ต่อ 1 หรือ พ่อตัวหนึ่งผสมกับแม่หลายตัว เช่น 1:5 เป็นต้น แต่ที่เราได้จำนวนพ่อมา 10 ตัว แม่ 10 ตัว จึงควรวางแผนผังผสมแบบ 1:1 จะได้ลูกผสมพันธุ์ทั้งหมด 10 คู่ ซึ่งทางวิชาการเรียกว่า 10 สายพันธุ์ ในปีต่อไปจะปรับปรุงพันธุ์โดยยึด 10 สายพันธุ์เป็นหลักไปทุกๆ ปี ในแต่ละปี จะต้องผลิตลูกไก่คละเพศให้ได้คู่ละ 10-20 ตัว ในจำนวน 10-20 ตัวนี้ ให้คัดเลือกไว้ทำพันธุ์ทดแทนปีต่อไป 2 ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมียอย่างละครึ่ง รวมลูกไก่ที่จะต้องผลิตในแต่ละปีเพื่อใช้ในการคัดเลือกพันธุ์เท่ากับ 100-200 ตัว และคัดเลือกไว้ทำพันธุ์ 10-20% ของจำนวนไก่ทั้งหมด ซึ่งคามเข้มข้นของการคัดพันธุ์ระดับนี้ จะทำให้การคัดเลือกเพื่อปรับปรุงพันธุ์ก้าวหน้าประสบผลสำเร็จ ในระยะเวลา 5-8 ปี หรือถ้าจะให้เร็วกว่านี้เราจะต้องเพิ่มจำนวนลูกที่จะต้องใช้ในการคัดเลือกพันธุ์จาก 200 ตัว เป็น 300 ตัว ซึ่งเท่ากับ (20/300)X100=6.67% การวางแผนการผสมพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ สรุปเป็นภาพแผนผังการผสมพันธุ์ได้ดังนี้
การคัดเลือกพันธุ์
จากแผนผังการผสมพันธุ์ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นลูกศรชี้ให้ทำการคัดเลือกพันธุ์ไว้ทดแทนปีต่อไป การคัดเลือกพันธุ์เป็นวิธีการที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการปรับปรุงพันธุ์ คือ เราต้องการพันธุ์ไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้ที่มีลักษณะดังนี้
1. รูปร่างใหญ่ สวยงาม น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ที่อายุ 5-6 เดือน เพศผู้หนัก 3.5-4.0 กก. เพศเมีย 2.5-3.0 กก. หรือตามขนาดของแต่ละท้องถิ่น
2. เพศผู้มีลักษณะเป็นไก่ชน
3. ชนเก่ง อดทน และฉลาด
4. สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และทนทานต่อโรคพยาธิ
5. เลี้ยงง่ายในสภาพชนบททั่วไป
ในทางปฏิบัติการที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ เราจะต้องมีมาตรการวิธีการและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกพันธุ์ดังนี้
1. การเจริญเติบโต รูปร่างใหญ่ มีน้ำหนักมาก เราสามารถคัดเลือกไก่ได้ ตั้งแต่อายุ 2 เดือน โดยที่ไก่เติบโตดีที่สุด และน้ำหนักมากที่สุด เมื่ออายุ 2 เดือน ส่วนใหญ่จะเป็นไก่ที่ตัวใหญ่ และน้ำหนักมากเมื่ออายุ 5-6 เดือน
2. การคัดเลือกเพื่อให้ได้วัตถุประสงค์ข้อ 2 และข้อ 4,5 ให้ใช้เกณฑ์การตัดสินไก่ชน
เรื่องย่อละครเรื่อง 365 วันแห่งรัก
บทประพันธ์ ร่มแก้ว
กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
บทโทรทัศน์ ณัฐิยา ศิรกรวิไล-เบญจวรรณ โอฬารนิธกุล
ดำเนินงานสร้างโดย จริยา แอนโฟเน่
บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
คงไม่มีใครคาดคิดว่านี่จะเป็นข้อความที่ ลัลนารี(แอน ทองประสม) สถาปนิกสาวสวยเขียนยื่นให้กับตุลา (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) อัยการหนุ่มมาดขรึมในวันที่เธอขอเค้าแต่งงาน เธอเป็นผู้หญิงที่ขอผู้ชายแต่งงานเพราะเธอคิดว่าถ้ารอให้ผู้ชายขี้อายอย่าง ตุลาเป็นฝ่ายเอ่ยปากเธอคงต้องรอไปจนผมหงอก ตุลาตอบตกลงแต่งงานกับลัลนารีโดยไม่ลังเล แม้คืนวันแต่งงานลัลนารีจะหลับปุ๋ยเพราะความเหนื่อยอ่อนจึงไม่ได้เป็นภรรยา โดยพฤตินัยของตุลาและเช้าวันรุ่งขึ้นตุลาก็ต้องไปทำคดีสำคัญแทนการฮานีมูน
ลันนารีทำการเซอร์ไพร้สด้วยการชวน ภารตี(ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) เพื่อนสนิทมานั่งรอตุลาในร้านอาหารแถวสำนักงานของเขา แต่ลัลนารีก็ต้องเซอร์ไพร้สกว่าเมื่อตุลาเดินมาในร้านอาหารพร้อม รชา (ภัครมัย โปตระนันทน์) สาวเปรี้ยวเพื่อนเก่าสมัยเรียนผู้กำลังมีปัญหาคดีความ ลัลนารีก็หึงหน้ามืดลุกพรวดไปเสนอหน้าพูดจาประชดประชันจนเกือบมีเรื่องกับ รชา และก็ไม่ยอมฟังคำอธิบายของตุลา ลัลนารีไม่สบายใจระแวงว่าตุลาจะไปพบรชาจึงไปปรึกษา ลักษมี (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นแม่ที่มีประสบการณ์สู้รบปรบมือกับ ลิขิต สามีจอมเจ้าชู้ผู้เป็นพ่อของลัลนารี แทนที่จะปลอบใจลักษมีกลับยุยงให้ลัลนารีจับตาดูตุลาให้มากกว่าเดิม แถมยังพูดจากระทบกระเทียบ ลดาวัลย์ (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) พี่สาวของลัลนารีว่าตามผัวเจ้าชู้อย่าง ชวินทร์(จักกฤษณ์ อำมรัตน์) ลักษมีอยากให้ลดาวัลย์เลิกกับชวินทร์แต่ทำไม่ได้เพราะถึงชวินทร์จะเป็นผัว ที่ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เป็นพ่อที่ดีของบาหลี(ด.ญ.เฟลิเซีย นัฐษณา บูทเชอร์)
ด้วยแรงยุของลักษมีทำให้ลัลนารีระแวงและคอยจับผิดตุลามากขึ้นสร้างความหนัก ใจให้กับตุลาอย่างมาก และเหตุการณ์ณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อลัลนารีบังเอิญไปพบรชาที่สำนักงาน ของตุลา รชายังแค้นและบอกว่าเธอเป็นแฟนเก่าและกลับมาเพื่อแย่งตุลาคืน ลัลนารีโกรธจัดตบตีกับรชา วีรกรรมความหึงหวงครั้งนี้สร้างความอับอายให้ตุลาแต่เขาก็โกรธเธอไม่ลง ลัลนารีกลุ้มใจจึงไปหาภารตีที่คอนโดและได้พบกับ ภาวิช(วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์) พี่ชายของภารตี ภาวิชปลอบใจลัลนารีจนภารตีกลับมา ภารตีพาลัลนารีไปเดินเล่น และเกิดความคิดพากันไปตรวจดวงชะตากับหมอดู(เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) “เธอต้องหย่าเพราะปัญหาที่มีอยู่ในวันนี้” ลัลนารีโกรธมากด่าว่าทายมั่วซั่ว เพื่อพิสูจน์คำทำนายหมอดูจึงให้บันทึกประหลาดเล่มหนึ่งและบอกว่าบันทึกเล่ม นี้จะทำให้ลัลนารีเห็นอนาคตในอีก 1 ปีข้างหน้า ลัลนารีไม่เชื่อแค่อยากพิสูจน์จึงเอาบันทึกไว้ใต้หมอน และแล้วลันารีก็ต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเธอตื่นขึ้นมาในบ้านของลักษมี โดยมี ปั๊กกี๊ หมาหน้าตาหน้ารังเกียจ ลัลนารีงุนงงกับการมาที่นี่เธอก็ได้รับคำตอบจากลักษมีว่าเธอเทลาะกับตุลาและ หนีมานอนที่นี่ ลัลนารีตกใจเมื่อรู้ว่าวันเวลาที่เธออยู่นี้คืออีก 1 ปี และแล้วชีวิตของเธอก็ได้อยู่ทั้งโลกปัจจุบันและโลกอนาคต เพื่อดูชีวิตความจริงของตัวเอง
โลกปัจจุบันลัลนารีตื่นขึ้นในเรือนหอที่มีตุลานอนเคียงข้างเธอเชื่อว่า เรื่องที่เห็นเป็นเพียงฝันร้าย เธอมั่นใจว่าเธอไม่มีวันหนีไปนอนบ้านแม่ ไม่มีวันทำร้ายตุลาและไม่มีวันหย่ากับเขาแน่นอน ตุลาพาลัลนารีไปทานอาหารร้านเดิมที่บรรยากาศไม่โรแมนติคสักนิด แต่เธอก็มีความสุขเมื่อตุลาขอโทษที่โกหกเธอเรื่องรชาและบอกว่าเตรียมของขวัญ ไว้ให้ที่บ้าน ลัลนารีนั่งรถกลับบ้านเธอคาดหวังว่าจะได้พบกับของขวัญสุดเซอไพร้ส และเมื่อกลับไปเธอก็ต้องพบกับ ธุม(สุประวัติ ปัทมสูต) พ่อปากร้ายใจดีของตุลาที่จะมาอยู่ร่วมชายคา และสิ่งมีชีวิตอีกอย่างที่ทำให้เธอตกใจแทบช้อคก็คือ เจ้าปั๊กกี๊ เธอวิ่งหนีทันทีที่เห็นมันเธอคิดว่าเหตุการณ์ที่เธอเห็นไม่ใช่ความฝันแต่เธอ ได้ไปเห็นเหตุการณ์ในอนาคตจริงๆ
โลกอนาคต ลัลนารีนัดภารตีที่เปลี่ยนลุคใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าและดูมีลับลมคมในคล้าย กำลังจะตกเป็นเมียน้อยของเจ้านาย ให้มาช่วยค้นหาความลับของตุลา ลัลนารีพบข้อความที่รชากับตุลาสลับกันเขียนตอนเป็นแฟนกัน ลัลนารีโกรธมากที่ตุลาเย็นชากับเธอแต่เขียนข้อความให้รชาหวานจับใจเหลือเกิน ลัลนารีไม่รูเลยว่าที่แท้จริงแล้ว ติ้ง(ญาณี จงวิสุทธิ์) พี่สาวของตุลาเป็นคนเขียน
ลัลนารีโกรธรชามาก ที่รชากับตุลาเคยสลับกันเขียนข้อความตอนเป็นแฟนกัน เธอจึงไปหารชาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ารชากำลังถูก ภูบดินทร์(วรวุฒิ นิยมทรัพย์)สามีเก่าประเคนหมัดใส่อย่างแรง ถึงจะเกลียดรชาเข้าไส้แต่เธอก็ไม่ไร้มนุษยธรรมขนาดที่จะไม่ช่วย แต่ก่อนที่เธอจะเข้าไปรชาก็ขับรถหนีสามีเก่าเธอไปได้ซะก่อน ยังไม่ทันหายตกใจลัลนารีก็ได้รับข้อความว่าตุลานัดพบรชาลงชื่อผู้หวังดี ผู้หวังดีคนนี้เป็นใคร 1 ปีที่ผ่านมาทำไมช่างมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน และเธอก็ได้ขับรถไปที่ร้านอาหารและได้พบว่าตุลานัดเจอกับรชาจริงๆ ลัลนารีโวยวายลั่นร้านว่ารชาจะแย่งสามี แต่พอเห็นร่องรอยฟกช้ำและรู้ความจริงว่ารชามาปรึกษาคดีหย่ากับสามีที่ชอบทำ ร้าย ลัลนารีก็อึ้งไป ตุลาโกรธและพยายามอธิบายให้ลัลนารีเข้าใจว่าที่ไม่ยอมบอกเพราะว่าเป็นเรื่อง ส่วนตัวของรชา ลัลนารีตั้งใจจะเปลี่ยนอนาคตที่ไปเห็นมาให้ได้ เธอจึงเฝ้าระวังดูตุลาอย่างเข้มงวด ขณะที่ลัลนารีคอยกันท่าและหวาดระแวงเรื่องรชา ณพ เจ้านายของตุลามอบหมายให้ตุลาทำคดีใหญ่ คือคดีของ ภูมิบดินทร์ เมืองเทพ ผู้ต้องหาอุ้มฆ่า สุธี อึ้งชัยกุลพานิช นักธุรกิจใหญ่และครอบครัว โดยให้ ณิชนิชา (มิรา โกมลวณิช) สาวหวานแต่ทำงานเก่งมาเป็นผู้ช่วยของตุลา แค่แรกพบณิชนิชาก็ตกหลุมรักตุลาอย่างจัง ฝ่ายตุลาที่มั่นคงกับลัลนารีรู้ดีว่าถ้าภรรยาจอมหึงรู้ว่าเขามีผู้ช่วยเป็น ผู้หญิงต้องเกิดความวุ่นวาย ตุลากับ นวัต (หลุยส์ สก๊อต)จึงช่วยกันปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ
ลัลนารีคุยกับ จุรี กับ อิ๋ม คู่หูจอมเม้าท์ประจำสำนักงาน จนเกือบรู้ว่าตุลามีณิชนิชาเป็นผู้ช่วยคนใหม่ ส่วนนิชนิชาก็เจ็บใจที่รู้ว่าตุลาแต่งงานแล้ว ชวินทร์กับลดาวัลย์ทะเลาะกันเพราะแผนของลัลนารี ลัลนารีรู้สึกผิดมากจึงไปปลอบใจลดาวัลย์ ทำให้ลัลนารีได้พบกับกานต์ หนุ่มหล่อที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในบ้าน กานต์สนใจลดาวัลย์ ลักษมีให้ลดาวัลย์แกล้งคบกานต์เพื่อให้ชวินทร์หึงและกลับมาคืนดีกับลูกสาว เธอ ในโลกอนาคตครั้งนี้เธอรู้ว่าแผนที่ลักษมีเอากานต์มาเป็นเครื่องมือได้ผล ลดาวัลกับชวินทร์กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
โลกอนาคตลัลนารีได้รับข้อความจากผู้หวังดีว่าแมวกำลังไปเฝ้าปลาย่าง ลัลนารีไปที่ทำงานของตุลาและได้พบกับรชา ลัลนารีต่อว่ารชาจนมีปากเสียงกันอีก ตุลาโกรธลัลนารีที่มาอาละวาดที่สำนักงาน นวัตที่หลงรักณิชนิชากำลังต่อว่าณิชนิชาเรื่องส่งข้อความให้ลัลนารี ณิชนิชาให้เหตุผลว่ารักตุลา อยากให้ตุลาเลิกกับลัลนารี เพราะการมีเมียไม่มีเหตุผลทำให้ตุลาไม่มีความสุข ความรักที่วุ่นวายของลัลนารีกับตุลาจะกลับมาคืนดีกันหรือไม่ และเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชมในละครเรื่อง 365 วันแห่งรัก แพร่ภาพทุกคืนวันพุธ และ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
รายชื่อนักแสดง
ตุลา หรือ ตู่ แสดงโดย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์
ลัลนารี หรือ ลัล แสดงโดย แอน ทองประสม
ดร.ภาวิช แสดงโดย วรฤทธ์ เฟื่องอารมณ์
รชา แสดงโดย ภัครมัย โปตระนันทน์
ภูมิบดินทร์ หรือ ภูมิ แสดงโดย วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ชวินทร์ หรือ วิน แสดงโดย จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
ภารตี หรือ ตี้ แสดงโดย ศรีพรรณ ชื่นชมสมบูรณ์
ลดาวัลย์ หรือ ลดา แสดงโดย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
นวัต แสดงโดย หลุยส์ สก๊อต
ณิชนิชา แสดงโดย มิรา โกมลวณิช
ลักษมี แสดงโดย ดวงตา ตุงคมณี
ธุม แสดงโดย สุประวัติ ปัทมสูต
ติ้ง แสดงโดย ญาณี จงวิสุทธิ์
จุรี แสดงโดย ปาจรีย์ ณ นคร
กานต์ แสดงโดย ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์
บาหลี แสดงโดย ด.ญ.เฟลิเซีย นัฐษณษ บูทเชอร์
ไอ้ปั๊กกี้ แสดงโดย หมาพันธ์ปั๊กชื่อ “อั่งเปา”
กำกับการแสดงโดย อำไพพร จิตต์ไม่งง
บทโทรทัศน์ ณัฐิยา ศิรกรวิไล-เบญจวรรณ โอฬารนิธกุล
ดำเนินงานสร้างโดย จริยา แอนโฟเน่
บริษัทเมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
คงไม่มีใครคาดคิดว่านี่จะเป็นข้อความที่ ลัลนารี(แอน ทองประสม) สถาปนิกสาวสวยเขียนยื่นให้กับตุลา (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) อัยการหนุ่มมาดขรึมในวันที่เธอขอเค้าแต่งงาน เธอเป็นผู้หญิงที่ขอผู้ชายแต่งงานเพราะเธอคิดว่าถ้ารอให้ผู้ชายขี้อายอย่าง ตุลาเป็นฝ่ายเอ่ยปากเธอคงต้องรอไปจนผมหงอก ตุลาตอบตกลงแต่งงานกับลัลนารีโดยไม่ลังเล แม้คืนวันแต่งงานลัลนารีจะหลับปุ๋ยเพราะความเหนื่อยอ่อนจึงไม่ได้เป็นภรรยา โดยพฤตินัยของตุลาและเช้าวันรุ่งขึ้นตุลาก็ต้องไปทำคดีสำคัญแทนการฮานีมูน
ลันนารีทำการเซอร์ไพร้สด้วยการชวน ภารตี(ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) เพื่อนสนิทมานั่งรอตุลาในร้านอาหารแถวสำนักงานของเขา แต่ลัลนารีก็ต้องเซอร์ไพร้สกว่าเมื่อตุลาเดินมาในร้านอาหารพร้อม รชา (ภัครมัย โปตระนันทน์) สาวเปรี้ยวเพื่อนเก่าสมัยเรียนผู้กำลังมีปัญหาคดีความ ลัลนารีก็หึงหน้ามืดลุกพรวดไปเสนอหน้าพูดจาประชดประชันจนเกือบมีเรื่องกับ รชา และก็ไม่ยอมฟังคำอธิบายของตุลา ลัลนารีไม่สบายใจระแวงว่าตุลาจะไปพบรชาจึงไปปรึกษา ลักษมี (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นแม่ที่มีประสบการณ์สู้รบปรบมือกับ ลิขิต สามีจอมเจ้าชู้ผู้เป็นพ่อของลัลนารี แทนที่จะปลอบใจลักษมีกลับยุยงให้ลัลนารีจับตาดูตุลาให้มากกว่าเดิม แถมยังพูดจากระทบกระเทียบ ลดาวัลย์ (ปนัดดา วงศ์ผู้ดี) พี่สาวของลัลนารีว่าตามผัวเจ้าชู้อย่าง ชวินทร์(จักกฤษณ์ อำมรัตน์) ลักษมีอยากให้ลดาวัลย์เลิกกับชวินทร์แต่ทำไม่ได้เพราะถึงชวินทร์จะเป็นผัว ที่ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เป็นพ่อที่ดีของบาหลี(ด.ญ.เฟลิเซีย นัฐษณา บูทเชอร์)
ด้วยแรงยุของลักษมีทำให้ลัลนารีระแวงและคอยจับผิดตุลามากขึ้นสร้างความหนัก ใจให้กับตุลาอย่างมาก และเหตุการณ์ณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อลัลนารีบังเอิญไปพบรชาที่สำนักงาน ของตุลา รชายังแค้นและบอกว่าเธอเป็นแฟนเก่าและกลับมาเพื่อแย่งตุลาคืน ลัลนารีโกรธจัดตบตีกับรชา วีรกรรมความหึงหวงครั้งนี้สร้างความอับอายให้ตุลาแต่เขาก็โกรธเธอไม่ลง ลัลนารีกลุ้มใจจึงไปหาภารตีที่คอนโดและได้พบกับ ภาวิช(วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์) พี่ชายของภารตี ภาวิชปลอบใจลัลนารีจนภารตีกลับมา ภารตีพาลัลนารีไปเดินเล่น และเกิดความคิดพากันไปตรวจดวงชะตากับหมอดู(เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) “เธอต้องหย่าเพราะปัญหาที่มีอยู่ในวันนี้” ลัลนารีโกรธมากด่าว่าทายมั่วซั่ว เพื่อพิสูจน์คำทำนายหมอดูจึงให้บันทึกประหลาดเล่มหนึ่งและบอกว่าบันทึกเล่ม นี้จะทำให้ลัลนารีเห็นอนาคตในอีก 1 ปีข้างหน้า ลัลนารีไม่เชื่อแค่อยากพิสูจน์จึงเอาบันทึกไว้ใต้หมอน และแล้วลันารีก็ต้องตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเธอตื่นขึ้นมาในบ้านของลักษมี โดยมี ปั๊กกี๊ หมาหน้าตาหน้ารังเกียจ ลัลนารีงุนงงกับการมาที่นี่เธอก็ได้รับคำตอบจากลักษมีว่าเธอเทลาะกับตุลาและ หนีมานอนที่นี่ ลัลนารีตกใจเมื่อรู้ว่าวันเวลาที่เธออยู่นี้คืออีก 1 ปี และแล้วชีวิตของเธอก็ได้อยู่ทั้งโลกปัจจุบันและโลกอนาคต เพื่อดูชีวิตความจริงของตัวเอง
โลกปัจจุบันลัลนารีตื่นขึ้นในเรือนหอที่มีตุลานอนเคียงข้างเธอเชื่อว่า เรื่องที่เห็นเป็นเพียงฝันร้าย เธอมั่นใจว่าเธอไม่มีวันหนีไปนอนบ้านแม่ ไม่มีวันทำร้ายตุลาและไม่มีวันหย่ากับเขาแน่นอน ตุลาพาลัลนารีไปทานอาหารร้านเดิมที่บรรยากาศไม่โรแมนติคสักนิด แต่เธอก็มีความสุขเมื่อตุลาขอโทษที่โกหกเธอเรื่องรชาและบอกว่าเตรียมของขวัญ ไว้ให้ที่บ้าน ลัลนารีนั่งรถกลับบ้านเธอคาดหวังว่าจะได้พบกับของขวัญสุดเซอไพร้ส และเมื่อกลับไปเธอก็ต้องพบกับ ธุม(สุประวัติ ปัทมสูต) พ่อปากร้ายใจดีของตุลาที่จะมาอยู่ร่วมชายคา และสิ่งมีชีวิตอีกอย่างที่ทำให้เธอตกใจแทบช้อคก็คือ เจ้าปั๊กกี๊ เธอวิ่งหนีทันทีที่เห็นมันเธอคิดว่าเหตุการณ์ที่เธอเห็นไม่ใช่ความฝันแต่เธอ ได้ไปเห็นเหตุการณ์ในอนาคตจริงๆ
โลกอนาคต ลัลนารีนัดภารตีที่เปลี่ยนลุคใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าและดูมีลับลมคมในคล้าย กำลังจะตกเป็นเมียน้อยของเจ้านาย ให้มาช่วยค้นหาความลับของตุลา ลัลนารีพบข้อความที่รชากับตุลาสลับกันเขียนตอนเป็นแฟนกัน ลัลนารีโกรธมากที่ตุลาเย็นชากับเธอแต่เขียนข้อความให้รชาหวานจับใจเหลือเกิน ลัลนารีไม่รูเลยว่าที่แท้จริงแล้ว ติ้ง(ญาณี จงวิสุทธิ์) พี่สาวของตุลาเป็นคนเขียน
ลัลนารีโกรธรชามาก ที่รชากับตุลาเคยสลับกันเขียนข้อความตอนเป็นแฟนกัน เธอจึงไปหารชาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ารชากำลังถูก ภูบดินทร์(วรวุฒิ นิยมทรัพย์)สามีเก่าประเคนหมัดใส่อย่างแรง ถึงจะเกลียดรชาเข้าไส้แต่เธอก็ไม่ไร้มนุษยธรรมขนาดที่จะไม่ช่วย แต่ก่อนที่เธอจะเข้าไปรชาก็ขับรถหนีสามีเก่าเธอไปได้ซะก่อน ยังไม่ทันหายตกใจลัลนารีก็ได้รับข้อความว่าตุลานัดพบรชาลงชื่อผู้หวังดี ผู้หวังดีคนนี้เป็นใคร 1 ปีที่ผ่านมาทำไมช่างมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน และเธอก็ได้ขับรถไปที่ร้านอาหารและได้พบว่าตุลานัดเจอกับรชาจริงๆ ลัลนารีโวยวายลั่นร้านว่ารชาจะแย่งสามี แต่พอเห็นร่องรอยฟกช้ำและรู้ความจริงว่ารชามาปรึกษาคดีหย่ากับสามีที่ชอบทำ ร้าย ลัลนารีก็อึ้งไป ตุลาโกรธและพยายามอธิบายให้ลัลนารีเข้าใจว่าที่ไม่ยอมบอกเพราะว่าเป็นเรื่อง ส่วนตัวของรชา ลัลนารีตั้งใจจะเปลี่ยนอนาคตที่ไปเห็นมาให้ได้ เธอจึงเฝ้าระวังดูตุลาอย่างเข้มงวด ขณะที่ลัลนารีคอยกันท่าและหวาดระแวงเรื่องรชา ณพ เจ้านายของตุลามอบหมายให้ตุลาทำคดีใหญ่ คือคดีของ ภูมิบดินทร์ เมืองเทพ ผู้ต้องหาอุ้มฆ่า สุธี อึ้งชัยกุลพานิช นักธุรกิจใหญ่และครอบครัว โดยให้ ณิชนิชา (มิรา โกมลวณิช) สาวหวานแต่ทำงานเก่งมาเป็นผู้ช่วยของตุลา แค่แรกพบณิชนิชาก็ตกหลุมรักตุลาอย่างจัง ฝ่ายตุลาที่มั่นคงกับลัลนารีรู้ดีว่าถ้าภรรยาจอมหึงรู้ว่าเขามีผู้ช่วยเป็น ผู้หญิงต้องเกิดความวุ่นวาย ตุลากับ นวัต (หลุยส์ สก๊อต)จึงช่วยกันปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ
ลัลนารีคุยกับ จุรี กับ อิ๋ม คู่หูจอมเม้าท์ประจำสำนักงาน จนเกือบรู้ว่าตุลามีณิชนิชาเป็นผู้ช่วยคนใหม่ ส่วนนิชนิชาก็เจ็บใจที่รู้ว่าตุลาแต่งงานแล้ว ชวินทร์กับลดาวัลย์ทะเลาะกันเพราะแผนของลัลนารี ลัลนารีรู้สึกผิดมากจึงไปปลอบใจลดาวัลย์ ทำให้ลัลนารีได้พบกับกานต์ หนุ่มหล่อที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในบ้าน กานต์สนใจลดาวัลย์ ลักษมีให้ลดาวัลย์แกล้งคบกานต์เพื่อให้ชวินทร์หึงและกลับมาคืนดีกับลูกสาว เธอ ในโลกอนาคตครั้งนี้เธอรู้ว่าแผนที่ลักษมีเอากานต์มาเป็นเครื่องมือได้ผล ลดาวัลกับชวินทร์กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
โลกอนาคตลัลนารีได้รับข้อความจากผู้หวังดีว่าแมวกำลังไปเฝ้าปลาย่าง ลัลนารีไปที่ทำงานของตุลาและได้พบกับรชา ลัลนารีต่อว่ารชาจนมีปากเสียงกันอีก ตุลาโกรธลัลนารีที่มาอาละวาดที่สำนักงาน นวัตที่หลงรักณิชนิชากำลังต่อว่าณิชนิชาเรื่องส่งข้อความให้ลัลนารี ณิชนิชาให้เหตุผลว่ารักตุลา อยากให้ตุลาเลิกกับลัลนารี เพราะการมีเมียไม่มีเหตุผลทำให้ตุลาไม่มีความสุข ความรักที่วุ่นวายของลัลนารีกับตุลาจะกลับมาคืนดีกันหรือไม่ และเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชมในละครเรื่อง 365 วันแห่งรัก แพร่ภาพทุกคืนวันพุธ และ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
รายชื่อนักแสดง
ตุลา หรือ ตู่ แสดงโดย ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์
ลัลนารี หรือ ลัล แสดงโดย แอน ทองประสม
ดร.ภาวิช แสดงโดย วรฤทธ์ เฟื่องอารมณ์
รชา แสดงโดย ภัครมัย โปตระนันทน์
ภูมิบดินทร์ หรือ ภูมิ แสดงโดย วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ชวินทร์ หรือ วิน แสดงโดย จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
ภารตี หรือ ตี้ แสดงโดย ศรีพรรณ ชื่นชมสมบูรณ์
ลดาวัลย์ หรือ ลดา แสดงโดย ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
นวัต แสดงโดย หลุยส์ สก๊อต
ณิชนิชา แสดงโดย มิรา โกมลวณิช
ลักษมี แสดงโดย ดวงตา ตุงคมณี
ธุม แสดงโดย สุประวัติ ปัทมสูต
ติ้ง แสดงโดย ญาณี จงวิสุทธิ์
จุรี แสดงโดย ปาจรีย์ ณ นคร
กานต์ แสดงโดย ธิตินันท์ สุวรรณศักดิ์
บาหลี แสดงโดย ด.ญ.เฟลิเซีย นัฐษณษ บูทเชอร์
ไอ้ปั๊กกี้ แสดงโดย หมาพันธ์ปั๊กชื่อ “อั่งเปา”
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
